ทำไมราคาเหล็กปรับขึ้นลง?
ทำไมราคาเหล็กปรับขึ้นลง? เหล็ก เป็นวัสดุก่อสร้างที่เราคุ้นเคยราคามีขึ้นมีลง หลายคนอาจสงสัยว่าอะไรคือสาเหตุ วันนี้เราจะมาไขข้อข้องใจกันแบบง่ายๆ
ทำไมราคาเหล็กปรับขึ้นลง?
เหล็กเป็นวัสดุที่มีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับอุตสาหกรรมก่อสร้างและผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ ราคาเหล็กมีการปรับขึ้นลงอยู่ตลอดเวลาเนื่องจากปัจจัยต่างๆ ดังนี้
1.ความต้องการและอุปทาน อุปสงค์และอุปทานเป็นปัจจัยหลักที่กำหนดราคาเหล็ก เมื่อมีโครงการก่อสร้างและ ลิตรถยนต์เพิ่มขึ้น ความต้องการเหล็กจะสูงขึ้นส่งผลให้ราคาปรับตัวสูงขึ้น ในทางกลับกัน เมื่อเศรษฐกิจชะลอตัว ความต้องการเหล็กก็จะลดลงทำให้ราคาตกต่ำลง
2.ต้นทุนการผลิต ต้นทุนการผลิตเหล็กประกอบด้วยค่าแรงงาน พลังงาน และวัตถุดิบ เช่น แร่เหล็กและถ่านหิน หากต้นทุนเหล่านี้เพิ่มสูงขึ้น ผู้ผลิตเหล็กจำเป็นต้องปรับราคาขายเพื่อรักษาอัตรากำไร
3.ค่าเงิน มูลค่าเงินสกุลหลักอย่างดอลลาร์สหรัฐมีผลต่อราคาเหล็กเช่นกัน เนื่องจากเป็นสกุลเงินที่ใช้ชำระค่าสินค้าโภคภัณฑ์ระหว่างประเทศ หากค่าเงินดอลลาร์แข็งค่า ราคาเหล็กจะปรับตัวสูงขึ้นสำหรับผู้นำเข้า
4.สงครามการค้า มาตรการกีดกันทางการค้าระหว่างประเทศอย่างภาษีนำเข้าและโควตาสามารถทำให้ราคาเหล็กผันผวน โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเกิดขึ้นกับประเทศผู้ผลิตและส่งออกเหล็กรายใหญ่
จากปัจจัยต่างๆ เหล่านี้
ทำให้ราคาเหล็กมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ทั้งผู้ซื้อและผู้ขายจึงต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อวางแผนและตัดสินใจได้อย่างเหมาะสม เพราะเมื่อคนต้องการเหล็กมาก (ดีมานด์สูง) คนมีความต้องการซื้อเหล็กอยู่เยอะ อย่างเช่นธุรกิจอสังหาที่โตขึ้น โครงการบ้านจัดสรร งานของภาครัฐวิสาหกิจที่มากขึ้น สร้างกันอยู่เต็มไปหมด ราคาเหล็กก็จะปรับตัวสูงขึ้น
เพราะฉะนั้น ถ้าเศรษฐกิจดี คนซื้อของมาก โรงงานผลิตสินค้าก็ใช้เหล็กมาก ราคาเหล็กก็จะสูงขึ้น หรือถ้ามีโครงการก่อสร้างใหญ่ๆ เช่น รถไฟฟ้า สนามบิน โรงพยาบาล ที่ต้องใช้ปริมาณเหล็กเยอะ ราคาเหล็กก็อาจจะมีการปรับตัวเพิ่มขึ้น
แต่ถ้าความต้องการที่จะขายเหล็กมีอยู่มาก ผู้ซื้อน้อยหรือ ผู้ขายมีมากกว่าผู้ซื้อ ก็อาจจะขึ้นอยู่ ผลกระทบต่อเศรษฐกิจที่แย่หรือ การสร้างของรัฐหรือเอกชนลดน้อยลง ตรงนี้แนวโน้มของราคาเหล็กจะปรับลงตามไปด้วย ช่วงราคาเหล็กที่ปรับลง ร้านค้าต่าง ๆ ก็จะพยายาม ตรึงราคาเหล็กเอาไว้ อย่างเช่น มีการทำโปรโมชั่น ลดราคา เพื่อกระตุ้นการขายเหล็ก แบบนี้เป็นต้น และเมื่อเหล็กมีน้อย (ซัพพลายน้อย) แร่เหล็ก ซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักในการผลิตเหล็ก ถ้ามีปริมาณน้อยหรือขาดแคลน ราคาเหล็กก็จะมีการปรับสูงขึ้น ราคาเหล็กจะขึ้นอยู่กับ ราคาของตลาดโลกด้วย เพราะว่าประเทศไทยเราไม่มีแร่เหล็กเราต้องนำเข้ามา ตรงนี้ราคาก็จะขึ้นอยู่กับประเทศที่มีวัตถุดิบแร่เหล็กจำพวกนี้ด้วย
ปัจจัยอื่นๆ
ที่เป็นองค์ประกอบของการปรับขึ้น - ลงของราคาเหล็กนั้นยังมีอีกมาก เช่น
- โรงงานผลิตเหล็ก มีการปิดโรงงาน เพื่อปรับปรุง ซ่อมแซม ทำให้มีการผลิตเหล็กได้น้อยลง ราคาเหล็กก็จะปรับขึ้น
- รัฐบาลมีนโยบายภาษีนำเข้า รัฐบาลเก็บภาษีเหล็กนำเข้ามากขึ้น ราคาเหล็กในประเทศก็ขึ้น
- สงครามการค้า ในประเทศต่างๆ
- ค่าเงินบาท ค่าเงินบาทอ่อน = เหล็กนำเข้าแพงขึ้น ราคาเหล็กในประเทศก็ขึ้นค่าเงินบาทแข็ง = เหล็กนำเข้าถูกลง ราคาเหล็กในประเทศก็ลง
- สภาพเศรษฐกิจในปัจจุบัน ณ ช่วงเวลานั้นๆ
- อัตราเงินเฟ้อ อัตราเงินเฟ้อสูง เงินในกระเป๋ามีค่าลดลง คนซื้อของน้อยลง ราคาเหล็กก็ลง
- อัตราดอกเบี้ย อัตราดอกเบี้ยสูง คนกู้เงินมาซื้อของน้อยลง ราคาเหล็กก็ลง
- ภัยพิบัติ เช่น น้ำท่วม แผ่นดินไหว ส่งผลต่อการผลิตและขนส่งเหล็ก ราคาเหล็กก็ขึ้น
- โรคระบาด: โควิด-19 ส่งผลต่อเศรษฐกิจโลก คนซื้อของน้อยลง ราคาเหล็กก็ลง